ดูวิดีโอ

ความมุ่งมั่นของกลุ่ม WHA ต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและนวัตกรรม

ก้าวสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำภายในปี 2567
ที่ ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ความมุ่งมั่นของเราในการนำนวัตกรรมในใช้เพื่อมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและเปลี่ยนแปลงองค์กรของเราให้เป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำภายในปี 2024 ผ่านโครงการการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล ร่วมทั้งผสานรวมเทคโนโลยีล้ำสมัย การให้บริการที่มีประสิทธิภาพ และความเป็นเลิศในการดำเนินงานที่ส่งมอบผลงานที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพให้ได้มาตรฐานระดับโลก

การพัฒนาบุคคลากรของเรา

ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เมื่อการพัฒนาและนวัตกรรมก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนุคคลากรในองค์กรโดยการเตรียมพนักงาน ด้วยทักษะและความรู้ที่จำเป็นในการประสบความสำเร็จในสภาพแวดล้อมที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ผ่านกิจกรรมต่างๆ ซึ่งรวมถึง WHA Innovation Journey และ Mission To The Sun (MTTS)

ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ได้ส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

และได้เกิดโครงการด้านนวัตกรรม ขึ้นมามากกว่า 40 โครงการ ความคิดริเริ่มเหล่านี้ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากมาย ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้การเติบโตและความสำเร็จขององค์กรของเรา

นวัตกรรม @WHAUP

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรามีการบริหารจัดการองค์กรและการดำเนินงานโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการทางธุรกิจ

เรามุ่งเน้น

การประหยัดพลังงานโดยการใช้นวัตกรรมและการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ ระบบบำบัดน้ำเสียทางชีวภาพ แบบบึงประดิษฐ์ อันเนื่องมาจากตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่เก้า ซึ่งบึงประดิษฐ์นี้เป็นระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในกระบวนการบำบัดน้ำเสียได้อย่างมีนัยสำคัญ

เรามุ่งมั่นในการพัฒนาส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคม และชุมชนรอบข้างให้มีคุณภาพดีขึ้น อาทิ โครงการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการประหยัดพลังงานกับกลุ่มลูกค้า ตลอดจนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนอื่นๆ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจของบริษัท

นวัตกรรมของเรา

เทคโนโลยีของเราขับเคลื่อนกระบวนการผลิตที่ทันสมัยและสร้างโซลูชันล้ำสมัยที่เรานำมาใช้เพื่อเพิ่มการเติบโตทางธุรกิจของเรา พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม

UOC overview

ในปี 2019 ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมส่วนกลางของ (Unified Operation Center- UOC) ซึ่งเป็นศูนย์กลางตรวจสอบการปฏิบัติงานแบบเรียลไทม์ที่ตั้งอยู่บนชั้นที่ 9 ของตึก WHA Tower โดย UOC เป็นศูนย์กลางในการดูแลและบริหารจัดการบริการต่างๆ ภายใน ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป หน้าจอต่างๆ จะแสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพารามิเตอร์ทางสิ่งแวดล้อม เช่น คุณภาพอากาศ ปริมาณน้ำฝน คุณภาพน้ำเสีย และการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์

วัตถุประสงค์หลักของ UOC คือ ระบบการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์และการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงาน ซึ่ง UOC จจะนำเสนอข้อมูลเพื่อคาดการความเสียหายของเครื่องจักรที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เพื่อให้สามารถวางแผนการบำรุงรักษาล่วงหน้าได้ และลดเวลาหยุดเครื่องจักร และในส่วนของระบบปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเพิ่มแผนการประหยัดพลังงาน

UOC มีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ของ ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป เพื่อการใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการเติบโตอย่างยั่งยืน

ดูรายละเอียด UOC > Link out https://wha-group-wd.uat.21impact.com/en/invnovation/uoc/air-water

Solar Forecasting ยกระดับการผลิตและการบริหารจัดการพลังงานแสงอาทิตย์ด้วย AI จาก WHAUP

Solar Forecasting คือเทคโนโลยีที่ WHAUP ร่วมมือกับทีมเทคของ WHA พัฒนาโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิเคราะห์ข้อมูลความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าของลูกค้า (self-consumption) ควบคู่ไปกับข้อมูลความสามารถในการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ของแผงโซลาร์ (energy production) ทำให้สามารถวิเคราะห์รูปแบบความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและบริหารจัดการการผลิตพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Solar Forecasting Model นี้จะคาดการณ์จากปัจจัยต่างๆ เช่น แสงอาทิตย์, สภาพบรรยากาศ รวมถึงพฤติกรรมการใช้พลังงานของผู้บริโภค เพื่อเพิ่มความแม่นยำ แม้สภาพอากาศจะไม่แน่นอน ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถวางแผนการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มผลผลิตพลังงาน และกักเก็บพลังงานได้พอดีกับการใช้งาน

พลังงานแสงอาทิตย์กำลังกลายเป็นทางเลือกที่ทรงพลังสำหรับผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน การหันมาใช้พลังงานสะอาดจากดวงอาทิตย์ไม่เพียงแต่เป็นการตอบโจทย์ความต้องการพลังงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมผ่านการลดพลังงานฟอสซิล และ carbon footprint

การนำเทคโนโลยีอย่าง AI เข้ามาช่วยตรวจสอบและจัดการการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดนั้น ตอบรับกับการเข้าสู่ยุคดิจิตอลและยุคที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตไปพร้อมกับการรักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วย และ Solar Forecasting ได้ถูกพัฒนาเพื่อเป็นตัวอย่างและตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

นวัตกรรมที่ก้าวล้ำในด้านการจัดการคุณภาพน้ำซึ่งออกแบบมาเพื่อยกระดับและประสบการณ์

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มประสิทธิภาพคุณภาพน้ำผ่านเทคโนโลยีขั้นสูงและการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อความเชื่อถือได้และความยั่งยืน

RO Performance Forecasting ใช้พลังของ Machine Learning เครื่องมือนี้ช่วยในการเฝ้าติดตามการทำงานของอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุน โดยสามารถคาดการณ์อายุการใช้งานของเมมเบรนได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถวางแผนการบำรุงรักษา (CIP) และการเปลี่ยนเมมเบรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังช่วยลดการหยุดชะงักของการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบได้อีกด้วยโดยระบบจะติดตามพารามิเตอร์สำคัญ เช่น อุณหภูมิของน้ำ, การปนเปื้อนของสาร เช่น โลหะหนักหรือเชื้อจุลินทรีย์ เพื่อรักษาคุณภาพน้ำให้คงที่แม้จะมาจากแหล่งน้ำที่มีคุณภาพไม่แน่นอน ในการคาดการณ์อายุการใช้งานของเมมเบรนในระบบ RO (Reverse Osmosis) มีผลสำคัญต่อคุณภาพน้ำที่ได้จากกระบวนการกรองน้ำ การคาดการณ์ที่แม่นยำช่วยให้สามารถยืดอายุแมมเบรนได้ รักษาคุณภาพน้ำที่สูง และประหยัดต้นทุนในการบำรุงรักษา นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ในระบบอีกด้วย

WHAUP รับประกันคุณภาพที่สม่ำเสมอสำหรับลูกค้า ด้วยการตรวจสอบคุณภาพน้ำโดยใช้ AI ในการประเมินและจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึงการเก็บข้อมูล การประมวลผล และการส่งข้อมูลไปยังคลาวด์ผ่านอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ IoT (Internet of things)

นอกจากนี้การรายงานผ่านแดชบอร์ดแบบเรียลไทม์ของเราช่วยให้ท่านตรวจสอบคุณภาพน้ำได้ตลอดเวลาและสามารถจัดการกับความผิดปกติได้อย่างทันท่วงที เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำได้อย่างต่อเนื่อง

WHAUP ดูแลการดำเนินงานของลูกค้า ด้วยการยึดมั่นในหลักการใช้น้ำอุตสาหกรรมที่สะอาด ไม่เพียงแต่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางกฎหมาย แต่ยังช่วยให้อนาคตของเรายั่งยืนยิ่งขึ้น

สัมผัสอนาคตของคุณภาพน้ำกับระบบ RO ของ WHAUP – ที่ซึ่งนวัตกรรมมาพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อม

สัมผัสอนาคตของคุณภาพน้ำกับระบบ RO ของ WHAUP – ที่ซึ่งนวัตกรรมมาพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อม

ก้าวเข้าสู่ยุคของ AI ด้วยแพลตฟอร์ม Solar Anomaly นวัตกรรมล่าสุดของ WHAUP สำหรับการตรวจจับและวิเคราะห์ความผิดปกติของระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบเรียลไทม์

ระบบ AI ของ Solar Anomaly สามารถระบุปัญหาหรือข้อบกพร่องของแผงโซลาร์และระบบต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ การตรวจจับความผิดปกติ เช่น สภาพอากาศ คราบฝุ่น เงาจากวัตถุภายนอกที่รบกวนการเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงเศษวัสดุต่างๆ ช่วยให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ Solar Anomaly ยังเป็นการยกระดับ IoX Platform แพลตฟอร์มการบริหารจัดการและการติดตามข้อมูลพลังงานหมุนเวียน รายงานผลผ่านแดชบอร์ดแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถบริหารจัดการและติดตามข้อมูลได้อย่างแม่นยำ รวดเร็วยิ่งขึ้น ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบ AI ซึ่งทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยอัจฉริยะ คอยอัปเดตข้อมูลให้กับผู้ปฎิบัติงานซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังให้บริการตรวจสอบปัญหาเมื่อมีข้อสงสัย ซึ่งระบบจะแจ้งเตือนหากพบปัญหาภายใน 10 นาที และประสานงานเพื่อแก้ไขได้ภายใน 72 ชั่วโมง

Solar Anomaly นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไม่เพียงแต่ช่วยจัดการการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ยังสามารถตรวจจับปัญหาได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถจัดการกับความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ได้อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

WHA Solar แพลตฟอร์มการติดตามผล

ผู้ประกอบการสามารถติดตามข้อมูลผลการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และการใช้พลังงานได้ทุกเวลาด้วยแพลตฟอร์มสุดล้ำของเรา ทั้งในช่วงเวลาที่มีการใช้พลังงานสูงสุดและช่วงที่ใช้น้อยสุด และนำข้อมูลที่ได้มาประกอบการพัฒนาปรับปรุงด้านการดำเนินธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น

Innovation Page Renex

ด้วยความความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านธุรกิจพลังงานหมุนเวียน และการพัฒนานวัตถกรรมด้านพลังงานดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ได้เดินหน้าลงทุนในธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เช่น การพัฒนาระบบพลังงานอัจฉริยะ หรือ Smart Energy เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและลดต้นทุนของพลังงานไฟฟ้าพร้อมกับการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดในกลุ่มลูกค้าภายในนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ

จึงนำมาสู่การพัฒนาระบบการซื้อขายไฟฟ้าเสรีแบบไม่มีตัวกลาง หรือที่เรียกว่า Peer-to-Peer Energy Trading โดยใช้เทคโนโลยี Blockchain ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ERC Sandbox Project หรือ โครงการทดลองด้านนวัตกรรมพลังงานของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน จากความร่วมมือระหว่างดับบลิวเอชเอ กรุ๊ปและพันธมิตรชั้นนำด้านพลังงานและด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถประมูลซื้อหรือขายไฟฟ้าจากระบบพลังงานแสงอาทิตย์ระหว่างกันเองได้อย่างเสรีผ่านระบบสายส่งของการไฟฟ้า โดยได้พัฒนาระบบ Peer-to-Peer Energy Trading Platform ภายใต้ชื่อว่า “RENEX”